ปี 2568 นับเป็นปีแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศและพสกนิกรชาวไทย จากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ขอน้อมถวายความอาลัย และขอน้อมนำพระราชดำรัส ตลอดจนพระราโชวาทที่ได้พระราชทานเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง สมดังพระราชปณิธานสืบไป
ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในปี 2568 ของภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศโดยเฉพาะความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มสินค้าจำเป็น และการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง โดยกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าคงทนถูกจำกัดจากระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ความผันผวนจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ และสถานการณ์ปิดด่านกัมพูชา ส่งผลให้ลูกค้าในบางอุตสาหกรรมชะลอการสั่งซื้อและปรับรูปแบบการขนส่งชั่วคราว จึงส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและภาคการท่องเที่ยวที่มีบทบาทสำคัญ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ความต้องการสินค้าในช่วงเทศกาลรวมถึงการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียนเป็นแรงหนุนสำคัญต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ และการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น
SCGP เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์ที่ท้าทายและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน Transformative Transformation ได้แก่ Business Model Transformation ที่มุ่งเข้าใกล้และเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เสริมแกร่งธุรกิจหลัก ขยายธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร (Merger & Partnership) และต่อยอดสู่โอกาสใหม่ ด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทได้เดินหน้าการลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 30 ใน Duy Tan Plastics Manufacturing Corporation Joint Stock Company (DUY TAN) ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบคงรูปในประเทศเวียดนาม เพื่อขยายการเติบโตในตลาดผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลงทุนในบริษัทโฮวะ แพ็คเกจจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 25 กับ Howa Sangyo Company Limited ผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียก เพื่อรองรับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโต และเข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีฐานลูกค้าชั้นนำในตลาดกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ เพื่อช่วยเสริมความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานกับธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากกระดาษที่มีอยู่เดิมในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (Consumer Packaging) ควบคู่กับการรุกตลาดภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง
SCGP ได้มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง เช่น การขยายธุรกิจโดยร่วมมือกับบริษัทวันน์ เมดิคอล จำกัด ผลิตกระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยาที่บริษัทวีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด จะส่งผลให้ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้ากระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยาจากต่างประเทศ และการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ได้แก่ Fest Fresh Pak ถาดกระดาษเนื้อสดแช่เย็น Fest Redi Pak ถาดอาหารแช่เย็นพร้อมทาน และชุดช้อนส้อมมีดกระดาษ ซึ่งนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารเหล่านี้ได้รับการยอมรับและได้รับรางวัล SET Awards of Honor จากรางวัล Best Innovative Company Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยความสำเร็จดังกล่าวนายเป็นการขับเคลื่อนผ่าน People Transformation ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจ โดยเสริมทักษะและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลาย พร้อมปลูกฝัง Growth Mindset ให้พนักงานพร้อมเรียนรู้ พัฒนา รับการเปลี่ยนแปลง และริเริ่มสิ่งใหม่
ในด้าน Digital Transformation บริษัทนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Machine Learning มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น การประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ การบริหารการผลิตระหว่างโรงงาน (Cross-plant Allocation) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลด Lead Time การจัดตั้งศูนย์ควบคุมการจัดการด้านโลจิสติกส์ หรือ Logistics Management Control Center (LMCC) เพื่อเพิ่มความสามารถในการขนส่ง สร้างมาตรฐานความปลอดภัยตลอดการขนส่งระดับสูงสุด นอกจากนี้ การพัฒนาโซลูชันอัจฉริยะเพื่อช่วยลูกค้าจัดการสินค้าคงคลังด้วยการบูรณาการข้อมูล โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างฐานข้อมูลของบริษัทกับลูกค้าอย่างปลอดภัย คำนวณการเติมสินค้าอัตโนมัติเมื่อปริมาณสินค้าคงคลังลดลงถึงระดับที่กำหนด ทำให้ข้อมูลอัปเดตและถูกต้อง สนับสนุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลา ซึ่งช่วยลดต้นทุน สร้างมูลค่าทางธุรกิจ และเสริมความยั่งยืนระยะยาว
SCGP ดำเนินธุรกิจตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) พร้อมขับเคลื่อน Sustainability Transformation โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 25 ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในปี 2568 มีสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือกร้อยละ 38 ของการใช้พลังงานทั้งหมด รวมถึงมีการปลูกป่าและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ไปแล้วกว่า 279 รายการ รวมถึงขยายความร่วมมือกับลูกค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคชั้นนำ ในการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ที่ออกโดย SCGP (Private Declaration Label) แสดงปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ที่ใช้พิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์เพื่อแสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งต่อยอดในการขึ้นทะเบียนฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction: CFR) สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ในปี 2568 SCGP ได้รับการประเมินและรางวัลด้านความยั่งยืนในระดับสากล ได้แก่ ผ่านเกณฑ์การประเมินดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Index: DJSI) จาก S&P Global ในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ด้วยคะแนนรวม 88 คะแนน ได้รับการจัดอันดับระดับ Platinum Medal จาก EcoVadis โดยติดอันดับ Top 1% ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก รวมถึงได้รับการประเมินความยั่งยืนโดย SET ESG Ratings ด้วยคะแนนในกลุ่ม AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้รับรางวัล Best Sustainability Awards จากงาน SET Awards 2025 ที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินงานตามกรอบแนวคิด ESG และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้รับรางวัล ASEAN Corporate Governance Scorecard ประจำปี 2567 ประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนที่มีคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรกของแต่ละประเทศในอาเซียน และประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนที่มีคะแนนสูงสุด 50 อันดับแรกของอาเซียน และยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมและชุมชน ด้วยความห่วงใยที่หลายพื้นที่ของประเทศประสบอุทกภัย บริษัทได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ด้วยการส่งมอบสุขากระดาษและเตียงกระดาษสำหรับใช้ในศูนย์อพยพ การสนับสนุนกระดาษถ่ายเอกสารให้แก่สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการจัดส่งทีมช่วยเหลือฉุกเฉิน S.E.R.T. (SCGP Emergency Response Team) ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟู และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตามการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม และไม่ทอดทิ้งคนไทยในยามวิกฤต
SCGP มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ พร้อมสร้างการเติบโตผ่านการปรับตัวที่ยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการวางกลยุทธ์เชิงรุก มุ่งเน้นการเติบโตภายในอาเซียน ส่งผลในปี 2568 มีรายได้จากการขายรวม 124,374 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากปีก่อน กำไรสำหรับปีเท่ากับ 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 2,576 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 63.3 ของกำไรสำหรับปีตามงบการเงินรวม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผล โดยแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท และเงินปันผลประจำปีส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท
ปี 2569 SCGP มุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอาเซียนและการส่งออก มุ่งขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคในอาเซียน พร้อมทั้งกระจายการส่งออกไปยังตลาดที่เติบโต เช่น เอเชียใต้ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการส่งมอบโซลูชันให้แก่ลูกค้ากลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคที่หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว (FMCG) ตลอดจนสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Cross-selling ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรกับลูกค้าผ่านโซลูชันและเสริมความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่า ในด้านการนำกระดาษใช้แล้วกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านต้นทุน ผ่านการขยายเครือข่ายจัดหาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (Recovered Paper: RCP) ภายในภูมิภาคอาเซียน และการประสานความร่วมมือกับบริษัทย่อยในยุโรปและสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ รวมถึงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ตลอดจนยึดมั่นในการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมตามกรอบแนวคิด ESG ทั้งหมดนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติ
คณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ร่วมลงทุน คู่ค้า ธุรกิจ ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตลอดทั้งสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจมาโดยตลอด ทั้งนี้ SCGP จะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล พร้อมผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืนบนกรอบแนวคิด ESG และสร้างความร่วมมือตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ประธานกรรมการ
นายวิชาญ จิตร์ภักดี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร